12:44 pm - Saturday December 20, 2014

เรื่องเล่า “พระนางมัสสุหรี” ผู้สาปแช่ง “เกาะลังกาวี” สู่เรื่องจริง “ทายาทรุ่นที่7″

หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องเล่า อาถรรพ์คำสาปที่  “พระนางเลือดขาว” หรือ “พระนางมัสสุหรี“  ได้เอ่ยปากสาปแช่ง  “เกาะลังกาวี” ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์  ด้วยการถูกประหารชีวิต……แล้วใครจะสามารถถอนคำสาปนี้ได้…..ใครจะทำให้เกาะลังกาวีเจริญและพ้นจากคำสาปนี้ได้  และ “ทายาทรุ่นที่7” คือใคร ?  วันนี้เราจะไปช่วยกันหาคำตอบพร้อมกับประวัติความเป็นมาของ  “พระนางมัสสุหรี” หรือ “พระนางเลือดขาว” กันค่ะ

เรื่องเล่า “พระนางมัสสุหรี” ผู้สาปแช่ง “เกาะลังกาวี” สู่เรื่องจริง “ทายาทรุ่นที่7″

 

พระนางเลือดขาว หรือพระนางมัสสุหรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ตที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อม ทั้งงานบ้านงานเรือนและความสวยงาม พระนางมัสสุหรีมาอยู่กับพระอนุชาขององค์สุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ซึ่งมีฐานะเป็น “ปะไหมสุหรี” มีบุตรเป็นหญิง ส่วนพระนางมัสสุหรี มีบุตรเป็นชายชื่อ“วันฮาเกม” ตามกฎของสำนักพระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่ง ปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของ ปะไหมสุหรี องค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึกๆ หลังจากนั้นไม่นาน พระสวามีของพระนางมัสสุหรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมาโจมตี จึงเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า พระนางมัสสุหรีแอบคบชู้ ทำให้องค์สุลต่านตัดสินประหารชีวิตพระนางมัสสุหรีด้วยกริช โดยที่สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน ซึ่งก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ พระนางมัสสุหรีได้อธิษฐานว่า “หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ซึ่งความเจริญตลอด 7 ชั่วอายุคน” แต่เมื่อเพชฌฆาตลงคมกริชประหาร คมกริซนั้นกลับไม่ระคายผิวนางเลย เมื่อเป็นเช่นนี้พระนางมัสสุหรีจึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา และเมื่อคมกริชจรดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่มโดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย ด้านพี่ชายของพระนางมัสสุหรีเกรงว่าหลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของพระนางมัสสุหรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ต และเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โดยโอรสของพระนางมัสสุหรีเติบโตขึ้นมีนามว่า “โต๊ะวัน” นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1

ข้อมูลเริ่มต้นเกี่ยวกับเชื้อสายของพระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวี

ต้นสกุล วัน ดารุส [WAN DARUS> ได้แต่งงานกับ มาซูรี คนไทยที่มีเชื้อสายคนไทยสมัยสุโขทัยที่เข้ามาตั้งเมืองไทรบุรี หรือ สยามอิสลาม ที่ชาวมลายูเรียกว่า “สามสาม” นางมาซูรีถูกประหารชีวิต เมื่อ พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ วัน ดาเกม หรือ โต๊ะเกม ที่ถูกพามาอยู่ที่เมืองถลางหลังจากเกิดการฆ่าประหารกันบนเกาะลังกาวี

1, เชื้อสายรุ่นที่ 1

1. วัน ดาเกม (วัน อาเกม) หรือโต๊ะเกม (ชาย) อพยพมาอยู่ที่เมืองถลาง แต่งงานกับ อาลี ฉะ มีบุตร 6 คน (ชาย 2 หญิง 4 คน) คือ
1.1 โต๊ะเภา (ชาย)
1.2 นางสำหมี (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลสาริยา
1.3 ไม่ทราบชื่อ (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลยาหยี
1.4 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.5 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.6 ไม่ทราบชื่อ (ชาย)
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรชาย 2 คนนั้นถือเป็นสายตรงจาก วัน ดาเกมหรือโต๊ะเกม นั้นคือบุตรชาย 2 คนได้แก่ โต๊ะเภาและบุตรชายอีกคนหนึ่ง ไม่ทราบว่ายังใช้ “วัน” [WAN> เป็นชื่อสกุลอยู่หรือไม่
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรหญิง 4 คนได้แต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่แยกสาขาครั้งแรกเป็น 4 ตระกูล ที่ปรากฎชื่อคือ สกุล ยาหยี สาริยา ต่อมามีลูกหลานออกไปสัมพันธ์กับสกุลอื่นอีกจึงมีสาขาแยกออกไปอีกได้แก่ ยัสสิน จำปาดะ อังศิริกุล เป็นต้น

2.เชื้อสายรุ่นที่ 2

2.1 โต๊ะเภา (วัน โต๊ะเภา)
2.2 นางสำหมี แต่งงานกับคนในตระกูล สาริยา มีบุตรคือ นางเสาดะ สาริยา
2.3 หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่งงานกับคนในตระกูล ยาหยี มีบุตรชื่อ โต๊ะเหม ยาหยี

3.เชื้อสายรุ่นที่ 3

3.1 นางเสาดะ สาริยา ต่อมาแต่งงานกับคนในตระกูล จำปาดะ (นายตอเหยบ จำปาดะ)
(ติดต่อที่ 77/1 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) มีบุตรชื่อนางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ
3.2 โต๊ะเหม ยาหยี มีบุตรชื่อ นายเฉลิม ยาหยี

4.เชื้อสายรุ่นที่ 4

4.1 นางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ แต่งงานกับคนในสกุล อังศิริกุล (ติดต่อที่ เนินตองรี
สอร์ท ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต)
4.2 นายเฉลิม ยาหยี

5.เชื้อสายรุ่นที่ 5

5.1 นายอิสเมล ยัสสิน [ISMAIL YASSIN>
5.2 นายเฉน ยาหยี มีบุตรชื่อ นายสุวรรณ ยาหยี (ติดต่อที่ 38/1 หมู่ 2 ต.กมลา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต)

6.เชื้อสายรุ่นที่ 6
6.1 นายสุวรรณ ยาหยี แต่งงานกับนางสุณี มีบุตรชื่อ ด.ญ.ศิรินทรา (อาลีฉะ) ยาหยี อายุ

คำสาปเลือด ของเจ้าหญิงมัสสุหรี แห่งลังกาวี

ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย

ลังกาวี เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวมาเลย์ ก็เพราะตำนานที่เล่าขานกันมา ถึงเจ้าหญิงชายารัชทายาท ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้วนามว่ามัสซูรี

ตามตำนานเล่าว่า พระนางมัสซูรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ต ที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมทั้งงานบ้านงานเรือนและความ สวยงาม ทั้ง ๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต พระนางมัสซูรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรีมีบุตรเป็นหญิง

เรือนพักอาศัยของพระนางมัสสุหรี ในอดีต

ส่วนพระนางมัตซูรีมี บุตรเป็นชาย ตามกฎของสำนัก พระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึก ๆ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสซูรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมา ดังนั้นเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่าพระนางมัสซูรีมีชู้ ทำให้องค์สุลต่าน ตัดสินประหารชีวิตพระนางด้วยกริช

โดยที่พระอนุชา สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหารกลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่ม โดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย

องค์ สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางเสียเลือดมากแล้ว ด้านพี่ชายของพระนางมัสซูรีเกรงว่า หลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของมัสซูรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ตและเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โอรสของพระนางมัสซูรีเติบโตขึ้นมีนามว่า โต๊ะวัน นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1 และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเกาะลังกาวีก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุขในมนต์ตราแห่งการสาปแช่ง มาจนถึง 7 ชั่วอายุคน จนกระทั่งมาถึง น.ส.สิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสซูรี เวลา 200 กว่าปี หรือ 7 ชั่วคนนั้นได้ผ่านไปแล้ว นับจากนี้ไปจะเป็นยุครุ่งโรจน์โชติชัชวาลของลังกาวีอีกครั้งหนึ่ง…..

สุสานพระนางมัสสุหรีสุสานพระนางมัสสุหรี ในปัจจุบัน

หลายปีก่อนหนังสือพิมพ์มาเลเซีย ออกตามหาและพบกับทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมะซูรีในจังหวัดภูเก็ต ถ้ายังจำกันได้ในตอนนนั้นมีการประโคมข่าวใหญ่โตทั้งในมาเลเซียและในไทย ว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้ถูกเชิญตัวไปร่วมพิธีแก้คำสาป

เข้าพบอดีตนายกมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ มูอัมหมัด

เข้าเฝ้าสุลต่านแห่งรัฐเคดาห์ (ขวาสุด ด.ญ.ศิรินทรา)

 

เจ้าหญิงศิรินทรา ยายี “ทายาทรุ่นที่ 7″  บนปกนิตยสารของมาเลเซีย

เธอผู้นี้คือ นางสาว ศิรินทรา ยายี หรือ เมย์ บุตรสาวของสุวรรณ ยายี ผู้พ่อซึ่งมีอาชีพรับจ้างขับรถในหาดป่าตอง และสุนี ยายี ผู้แม่ ซึ่งเป็นแม่บ้าน เธอมีน้องชายอีก 1 คน
อายุ 14 ปี ปัจจุบัน ศิรินทรา มีอายุ 21 ปี และกำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ ทุนของเอกชนในมาเลเซีย ให้ศึกษาในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย อยู่ 2 ปี แต่มีปัญหาเรื่องทุนที่เอกชนไม่ต่อทุนให้ตามสัญญา จึงต้องกลับมา
เรียนต่อในไทย และตอนนี้ก็พักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง แถวๆถนนรามคำแหงนี่เองครับ…

ศิรินทรา ยายี หรือเมย์ ทายาทรุ่นที่เจ็ดของพระนางมัสสุหรี

สาวสวยคนนี้ …..ผู้แก้คำสาป 7 ชั่วโคตร….. แห่ง …. ลังกาวี

และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา “เกาะลังกาวี” ก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุข เพราะมนตราแห่งการสาปแช่งของพระนางมัสสุหรี นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ หาดที่เคยขาวสะอาดกลับกลายเป็นหาดที่มีหาดทรายเป็นสีดำ รัฐบาลมาเลเซีย ต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของพระนางมัสสุหรีรุ่นที่ 7 ที่จะสามารถแก้คำสาปได้จนมาพบว่าทายาทรุ่นที่ 7 อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งก็คือ นางสาวศิรินทรา ยายี

“เกาะลังกาวี” หลังจากพ้นคำสาป  ก้าวเข้าสู่ความเจริญรุ่งเรือง

“ศิรินทรา ยายี” หรือ “เมย์” เกิดเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต (น่าแปลกที่วันนั้นไม่มีเด็กคนไหนถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเธอเลย แถมท้องฟ้าที่ใสกระจ่างกลับมืดดำ และฝนก็เทกระหน่ำลงมานานถึง 1 เดือน) ศิรินทรา ยายี เป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ ยายี และนางสุนี ยายี

>>> ศิรินทรา ยายี  ขณะศึกษาอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยคำเชิญของ ดร.มหาธีร์ มูอัมหมัด อดีตนายกฯ มาเลเซีย <<<

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางประเทศมาเลเซียจะเสนอให้ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่นั่น โดยจะมอบบ้าน รถ ที่ดิน และสิทธิในการเป็นเจ้าของเกาะให้ด้วย แต่ศิรินทรา ยายี เลือกที่จะอยู่ต่อที่ประเทศไทย เพราะเธอรักประเทศไทย หลังการไปเยือนเกาะลังการวีของ ศิรินทรา ยายี เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ทำให้เกาะต้องมนต์แห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี(แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยประสบผลสำเร็จก็ตาม)

 

คำสาปมะสุหรี 1 (ร้อยเรียงเป็นบทเพลง)

คำสาปมะสุหรี 2 (ร้อยเรียงเป็นบทเพลง)

 

และนี้คือประวัติพอสังเขปของพระนางมัสสุหรี ผู้ยึดมั่นในความบริสุทธิ์และนางสาวศิรินทรา ยายี ผู้แก้ไขคำสาปกว่า 200 ปีที่ผ่านมาทำให้เกาะลังกาวีกลับมามีความสุข และความเจริญอีกครั้งหนึ่ง

 

((( งานพาร์ทไทม์ | สนใจกรุณาคลิ๊กที่นี่ !! )))

Filed in: สาระน่ารู้

ข่าวแนะนำ :

ดูดวง ดูดวงฟรี
ดวงรายวัน
"สุขภาพ" กินอย่างไร ชะลอวัยสาวให้คงอยู่นมนาน
ดวงรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4-10 พ.ย.55
ทำผิวขาวใส ระวังไตเสีย
ดวง วันที่20 ก.พ. 56